คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียน พฤติกรรมที่บ่งชี้


๑. มีคุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือระโนด

    ๑.๑ มีสัมมาคารวะ     มีกริยามารยาทเรียบร้อย

    ๑.๒ ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น

    ๑.๓ เสียสละและช่วยเหลือผู้อื่น

    ๑.๔ มีความสามัคคีในหมู่คณะ

    ๑.๕ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ

๒. มีระเบียบวินัย เป็นพลเมืองดีตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข

     ๒.๑ ปฏิบัติตนตามระเบียบของโรงเรียน

     ๒.๒ รับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง

     ๒.๓ ตรงต่อเวลา

     ๒.๔ เป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

     ๒.๕ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

๓. มีจิตสำนึกความเป็นไทย

     ๓.๑ สื่อสารด้วยภาษาไทยได้ถูกต้อง ชัดเจน

     ๓.๒ อนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย

     ๓.๓ ร่วมกิจกรรมส่งเสริมความเป็นไทย

     ๓.๔ สืบสานภูมิปัญญาไทย

     ๓.๕ ปฏิบัติตามประเพณีและค่านิยมไทยที่ดี งามของไทย

๔. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และมีความคิดสร้างสรรค์

     ๔.๑ ขยันหมั่นเพียรและตั้งใจเรียน

     ๔.๒ กล้าคิดกล้าแสดงออกในทางที่ดี มีเหตุผล

     ๔.๓ พัฒนาตนเองให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์

     ๔.๔ สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่แปลงใหม่

     ๔.๕ สามารถใช่เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล

๕. มีทักษะชีวิต

     ๕.๑ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

     ๕.๒ มีความมั่นคงทางอารมณ์ จิตใจร่าเริง แจ่มใส

     ๕.๓ ปฏิบัติตนถูกต้องตามกาลเทศะ

     ๕.๔ รู้จักป้องกันตัวเองจากภยันตรายและสิ่งเสพติด

     ๕.๕ รักษ์สิ่งแวดล้อม

ภาพสรุป

โรงเรียนวิถีพุทธ คือ การนำวัฒนธรรมโดยรับวิถีพุทธ คือนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้หรือประยุกต์ใช้ในการบริหารและ

การพัฒนาผู้เรียนโดยรวมสถานศึกษาเน้นกรอบการพัฒนาตามหลักไตรสิกขาอย่างบูรณาการ ผู้เรียนได้เรียนรู้ ได้พัฒนาการกิน อยู่

ดู ฟัง ให้เป็นโดยผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรมแสวงปัญญา และมีวัฒนธรรมเมตตาเป็นฐานการดำเนินชีวิตรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ

จุดเน้น

โรงเรียนวิถีพุทธดำเนินการพัฒนาผู้เรียนโดยใช้หลักไตรสิขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างบูรณาการ ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการพัฒนา

“การกิน อยู่ ดู ฟัง เป็น” คือ มีปัญญารู้เข้าใจในคุณค่าแท้ใช้ กระ กระบวนการทางวัฒนธรรมแสวงปัญญาและมีวัฒนธรรมเมตตา

เป็นฐานการดำเนินชีวิตโดยมีผู้บริหารและคณะครูเป็นกัลยาณมิตรในการพัฒนา


ลักษณะโรงเรียนวิถีพุทธ


เน้นการจัดสภาพทุก ๆ ด้านเพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาตามหลักพุทธธรรมอย่างบรูณาการโดยส่งเสริมให้เกิดความเจริญ

งอกงามตามลักษณะแห่งปัญญาวุฒิธรรม ๔ ประการคือ

๑. สัปปุริสสังเสวะ หมายถึง การอยู่ใกล้คนดี ใกล้ผู้รู้ มีครู- อาจารย์ดี มีข้อมูล มีสื่อที่ดี

๒. สัทธัมมัสสวนะ หมายถึง เอาใจใส่ศึกษาโดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ดี

๓.โยนิโสมนสิการ หมายถึง มีกระบวนการคิดวิเคราะห์พิจารณาหาเหตุผลที่ดีถูกวิธี

๔.ธัมมาธัมมาปฏิปัติ หมายถึง ความสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตได้ถูกต้องเหมาะสม

    การจัดสภาพของโรงเรียนวิถีพุทธ ประกอบไปด้วย ด้านกายภาพ คืออาคารสถานที่ ห้องเรียน แหล่งเรียนรู้ สภาพแวดล้อม เป็นต้น

    ด้านกิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิต เช่น กิจกรรมประจำวัน กิจกรรมวันสำคัญ กิจกรรมนักเรียนต่างๆ ด้านการเรียนการสอน

    เริ่มตั้งแต่การกำหนดหลักสูตรสถานศึกษา การจัดหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ จนถึงกระบวนการเรียนการสอน

    ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ ในการปฏิบัติต่อกันระหว่างครูกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับครู เป็นต้น

    และด้านการบริหารจัดการ ตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ จุดเน้น การกำหนดแผนปฏิบัติการ การสนับสนุนติดตามประเมินผล

    และพัฒนาต่อเนื่อง

สรุป การจัดสภาพในแต่ละด้าน จะมุ่งเพื่อให้การการพัฒนานักเรียนตามระบบไตรสิกขา ดำเนินได้อย่างชัดเจน มีประสิทธิภาพ

ดังเช่น การจัดด้านกายภาพ ควรเป็นธรรมชาติ สภาพแวดล้อมที่ชวนให้มีจิตใจสงบ ส่งเสริมปัญญา กระตุ่นการพัฒนา ศรัทธา

และศีลธรรม กิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิต กระตุ้นให้การกิน อยู่ ดู ฟัง ดำเนินด้วยสติสัมปชัญญะเป็นไปตามคุณค่าแท้ด้านการเรียน

การสอนบูรณาการพุทธธรรมในการจัดการเรียนรู้ชัดเจนด้านบรรยายและปฏิสัมพันธ์เอื้ออาทร เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน

ส่งเสริมทั้งวัฒนธรรมเมตตาและวัฒนธรรมแสวงปัญญา เป็นต้นการบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ มีขั้นตอนสำคัญ

เช่น การเตรียมการ เตรียมทั้งบุคลากรผู้เกี่ยวข้อง แผนงาน ทรัพยากรที่มุ่งเน้นสร้างศรัทธาและฉันทะในการพัฒนา

การดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบต่างๆ ที่จัดเพื่อส่งเสริมให้เกิดความเจริญงอกงามหรือปัญญาวุฒิธรรมในการพัฒนา

ผู้เรียน การดำเนินการพัฒนาทั้งผู้เรียนและบุคลากรตามระบบไตรสิกขาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สภาพและองค์ประกอบที่จัดไว้ข้างต้น

ขั้นต่อมา คือ การดูแลสนับสนุนใกล้ชิดด้วยท่าที่ของความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ที่จะทำให้การพัฒนานักเรียนและดำเนิน

ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อจากนั้น มีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยอิทธิบาท ๔ และหลักอุปัญญาตธรรม

คือ ความไม่สันโดษในกุศลธรรม และความไม่ระย่อในการพากเพียรเป็นต้น ขั้นสุดท้ายของกระบวนการบริหารแต่เป็นฐาน

สู่การพัฒนาในลำดับต่อไป คือ ขั้นประเมินผลและเผยแพร่ผลการดำเนินงานลักษณะการเกื้อกูลสัมพันธ์โรงเรียนวิถีพุทธ

และชุมชนจะมีลักษณะของการร่วมมือทั้งสถานศึกษา บ้าน วัด และสถาบันต่าง ๆ ในชุมชน ด้วยศัทธาและฉันทะที่จะพัฒนา

นักเรียนและสังคมตามวิถีแห่งพุทธธรรมเพื่อประโยชน์สุขร่วมกันการพัฒนาบุคลากรและคุณลักษณะของบุคลากร

การพัฒนาโรงเรียนวิถีพุทธแม้จะยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่บุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารและครู มีความสำคัญ

อย่างยิ่งที่จะเป็นปัจจัยให้ผู้เรียนพัฒนาได้อย่างดี ทั้งการเป็นผู้จัดการเรียนรู้และเป็นแบบอย่างที่ดีในวิถีชีวิตจริง ในลักษณะ

สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่เป็นสุขให้เห็น การพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษามีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

หลากหลายวิธีการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้เพื่อเห็นบุคลากรมีคุณลักษณะ

ที่ดีตามวิถีพุทธ เช่น ศรัทธาในพระพุทธศาสนาและพัฒนาตนเองให้ดำเนินชีวิตที่ดีงาม ละ เลิกอบายมุข การถือศีล ๕ เป็นนิจ

ความเป็นกัลยาณมิตรต่อศิษย์และการเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นต้น





โรงเรียนวิถีพุทธ